KP Medical Wellness Clinic
LINE @kpmedical

KP Medical Wellness Clinic เคพี เมดิคัล เวลเนส คลินิกเวชกรรม

บริการให้คำปรึกษาโปรแกรมดึงหน้า (Facelift Procedure) และโปรแกรมดึงหน้าผากยกคิ้ว (Forehead Lift Procedure) สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องความหย่อนคล้อย บริเวณใบหน้า กรอบหน้า ลำคอ รวมถึงหน้าผาก คิ้ว หรือหนังตาบน เริ่มจากการซักประวัติ ประเมินโครงสร้างใบหน้า สภาพผิว แพทย์ประจำคลินิกจะอธิบายแนวทางที่อาจเหมาะสม ข้อจำกัด ความเสี่ยง พร้อมคำแนะนำการเตรียมตัว และการดูแลหลังรับบริการ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย โครงสร้างใบหน้า และการดูแลของแต่ละบุคคล

นพ.ศรัณย์กร ภาพัฑฒ์วินีต์

แพทย์ประจำคลินิก

นพ.ศรัณย์กร ภาพัฑฒ์วินีต์

เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม ว.29770

ให้คำปรึกษา ประเมินความเหมาะสม และอธิบายข้อมูลก่อนเข้ารับโปรแกรม

KP Medical Wellness Clinic เคพี เมดิคัล เวลเนสคลินิกเวชกรรม

แพทย์ประจำคลินิก KP Medical

เกี่ยวกับคลินิก

เคพี เมดิคัล เวลเนส คลินิกเวชกรรม ให้บริการด้านเวชกรรมความงาม โดยเริ่มจากการซักประวัติ ประเมินข้อมูลสุขภาพ และให้คำปรึกษา โดยแพทย์ประจำคลินิกก่อนเข้ารับโปรแกรม เพื่อวางแนวทางการดูแล ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

โปรแกรมบริการของคลินิก

โปรแกรมดึงหน้า Facelift Procedure

โปรแกรมดึงหน้า Facelift Procedure

ดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้าและลำคอ โดยประเมินก่อนเพื่อวางแผน Facelift Procedure ที่เหมาะสมรายบุคคล

โปรแกรมดึงหน้าผากยกคิ้ว Forehead Lift Procedure

โปรแกรมดึงหน้าผาก ยกคิ้ว

ประเมินโครงบริเวณหน้าผาก คิ้ว และหนังตาบน เพื่อวางแนวทาง Forehead Lift Procedure ที่เหมาะสม

โปรแกรมรอบดวงตา

โปรแกรมรอบดวงตา

ดูแลหนังตาบน ถุงใต้ตา และความเปลี่ยนแปลงบริเวณรอบดวงตา โดยแพทย์ประจำคลินิกเป็นผู้ประเมิน

โปรแกรมจมูก

โปรแกรมจมูก / Alar Trim

ประเมินฐานจมูก ปีกจมูก และสัดส่วนของฐานจมูก รวมถึงโปรแกรมเสริมจมูกด้วยซิลิโคนและตัดปีกจมูก เพื่อปรับฐานจมูกให้สมดุล

โปรแกรม Upper Lip Lift

โปรแกรม Upper Lip Lift

ประเมินระยะฐานจมูกถึงริมฝีปากบน และสัดส่วนริมฝีปากร่วมกับใบหน้าก่อนเข้ารับคำปรึกษา

โปรแกรมดูแลผิวพรรณ

โปรแกรมดูแลผิวพรรณ

ให้คำปรึกษาปัญหาผิว จุดด่างดำ รูขุมขน สิวริ้วรอยและความชุ่มชื้นอย่างต่อเนื่อง

ขั้นตอนการเข้ารับคำปรึกษา

  1. 1

    เพิ่มเพื่อน
    LINE @kpmedical

  2. 2

    แจ้งโปรแกรม
    ที่สนใจ

  3. 3

    ส่งภาพเพื่อ
    ประเมินเบื้องต้น

  4. 4

    ซักประวัติ
    สุขภาพ

  5. 5

    พบแพทย์
    ประจำคลินิก

  6. 6

    รับข้อมูลขั้นตอน
    และการเตรียมตัว

แนะนำเข้ารับคำปรึกษาก่อนทำทุกครั้ง ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและโครงสร้างของแต่ละบุคคล

ข้อมูลที่ควรแจ้งก่อนเข้ารับบริการ

  • โรคประจำตัว
  • ยาที่ใช้เป็นประจำ
  • ประวัติแพ้ยา
  • ประวัติผ่าตัดหรือทำโปรแกรมเดิม
  • ประวัติมีเลือดออกง่ายหรือหยุดยาก
  • การตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ประวัติแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์

ตรวจสุขภาพก่อนโปรแกรมผ่าตัด

  • ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)
  • ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด
  • ตรวจการทำงานของตับ
  • ตรวจการทำงานของไต
  • ตรวจการแข็งตัวของเลือด
  • ตรวจโรคติดต่อทางเลือด (HIV, HBV, HCV)
  • บางรายอาจมี EKG หรือเอกซเรย์ปอดตามดุลพินิจแพทย์

การดูแลหลังเข้ารับบริการ

  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของคลินิกอย่างเคร่งครัด
  • รับประทานยาตามที่ได้รับ
  • หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือถูบริเวณที่รับบริการ
  • งดแอลกอฮอล์ตามช่วงเวลาที่แนะนำ
  • มาตามนัดติดตามอาการ
  • หากมีอาการผิดปกติ ควรติดต่อคลินิกทันที

บทความ

SMAS Plication กับ Deep Plane Facelift

SMAS Plication กับ Deep Plane Facelift ต่างกันยังไง?

การดึงหน้าแต่ละเทคนิคมีหลักการไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะ SMAS Plication และ Deep Plane Facelift ซึ่งเป็นเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการปรับชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง เพื่อช่วยดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้า

ที่มา: KP Medical Wellness Clinic

SMAS Plication คืออะไร? SMAS Plication คือเทคนิคที่ปรับชั้น SMAS โดยการพับหรือเย็บชั้นเนื้อเยื่อให้กระชับขึ้น เหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง หรือผู้ที่เริ่มมีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด แก้มตก หรือผิวส่วนเกินบางส่วน Deep Plane Facelift คืออะไร? Deep Plane Facelift คือเทคนิคที่ทำงานในชั้นลึกกว่า โดยเกี่ยวข้องกับการจัดตำแหน่งเนื้อเยื่อใบหน้าและโครงสร้างยึดรั้งบางส่วน มักพิจารณาในรายที่มีความหย่อนคล้อยชัดเจนขึ้น เช่น แก้มตก กรอบหน้าไม่ชัด หรือเนื้อเยื่อช่วงกลางถึงล่างของใบหน้าหย่อนลง ต่างกันอย่างไร? SMAS Plication เน้นการพับหรือเย็บชั้น SMAS เพื่อปรับความตึงของเนื้อเยื่อ Deep Plane Facelift ทำงานในชั้นลึกกว่า และมีรายละเอียดของการผ่าตัดมากกว่า อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าเทคนิคใดเหมาะกับทุกคน การเลือกวิธีที่เหมาะสมต้องพิจารณาจากสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย โครงสร้างใบหน้า และการประเมินโดยแพทย์

แผลเป็นคีลอยด์

แผลเป็นคีลอยด์คืออะไร?

แผลเป็นคีลอยด์ คือแผลเป็นที่มีลักษณะนูน แข็ง หรือขยายเกินขอบเขตของแผลเดิม เกิดจากกระบวนการซ่อมแซมผิวที่มีการสร้างคอลลาเจนมากกว่าปกติ ทำให้ผิวบริเวณนั้นนูนขึ้นและอาจมีสีเข้ม แดง ชมพู หรือคล้ำกว่าสีผิวรอบข้าง

ที่มา: KP Medical Wellness Clinic

แผลเป็นคีลอยด์สามารถเกิดขึ้นได้หลังจากผิวได้รับบาดเจ็บ เช่น แผลผ่าตัด แผลเจาะหู สิว แผลไฟไหม้ หรือแผลถลอก โดยพบได้บ่อยบริเวณหน้าอก หัวไหล่ ใบหู กราม และแผ่นหลัง แผลเป็นคีลอยด์มีลักษณะอย่างไร? ลักษณะที่พบได้ เช่น แผลนูนขึ้นจากผิว ขอบแผลขยายออกมากกว่าแผลเดิม อาจมีอาการคัน ตึง หรือเจ็บเมื่อกด สีของแผลอาจเข้ม แดง ชมพู หรือคล้ำกว่าผิวปกติ บางรายแผลอาจค่อย ๆ โตขึ้นตามเวลา คีลอยด์ต่างจากแผลเป็นนูนทั่วไปอย่างไร? แผลเป็นนูนทั่วไปมักนูนอยู่ในขอบเขตของแผลเดิม แต่แผลเป็นคีลอยด์มักขยายออกนอกแนวแผลเดิม และมีโอกาสนูนมากขึ้นในบางราย ดังนั้นการประเมินโดยแพทย์จึงสำคัญ เพื่อแยกว่าเป็นแผลเป็นชนิดใด และควรวางแผนดูแลอย่างไรให้เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล แนวทางการดูแลแผลเป็นคีลอยด์ แนวทางการดูแลขึ้นอยู่กับลักษณะของแผล ขนาด ตำแหน่ง ระยะเวลาที่เป็น และอาการร่วม เช่น คัน เจ็บ หรือตึงบริเวณแผล แพทย์อาจพิจารณาแนวทางต่าง ๆ เช่น การใช้แผ่นซิลิโคน การใช้ยาทา การฉีดยาเฉพาะจุด เลเซอร์ หรือหัตถการอื่น ๆ ตามความเหมาะสมของแต่ละราย ไม่ควรแกะ เกา หรือกดบีบบริเวณแผล เพราะอาจกระตุ้นให้ผิวระคายเคืองมากขึ้นได้ ควรพบแพทย์เมื่อไหร่? ควรเข้ารับการประเมินหากแผลมีลักษณะนูนขึ้นเรื่อย ๆ คัน เจ็บ ตึง หรือทำให้รู้สึกไม่สบายบริเวณผิว โดยเฉพาะแผลที่เกิดหลังผ่าตัด เจาะหู หรือเป็นสิวอักเสบ

โปรแกรมยกปากบน Upper Lip Lift

โปรแกรมยกปากบน Upper Lip Lift คืออะไร?

โปรแกรมยกปากบน คือการปรับระยะผิวบริเวณใต้ฐานจมูกถึงริมฝีปากบน เพื่อช่วยให้ริมฝีปากบนดูเปิดขึ้น และช่วยให้สัดส่วนช่วงกลางใบหน้าดูสมดุลมากขึ้น

ที่มา: KP Medical Wellness Clinic

โดยทั่วไปแพทย์จะวางแนวแผลบริเวณใต้ฐานจมูก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สามารถซ่อนแนวแผลให้กลมกลืนกับร่องฐานจมูกได้ ทั้งนี้ลักษณะแผล การฟื้นตัว และการสมานแผลขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลหลังเข้ารับบริการของแต่ละบุคคล โปรแกรมยกปากบนเหมาะกับใคร โปรแกรมนี้อาจเหมาะสำหรับผู้ที่มีลักษณะดังนี้ ระยะระหว่างฐานจมูกกับริมฝีปากบนค่อนข้างยาว ริมฝีปากบนดูบาง หรือเวลายิ้มแล้วเห็นริมฝีปากบนน้อย ต้องการปรับสัดส่วนริมฝีปากบนให้รับกับใบหน้า ต้องการปรับรูปปากโดยไม่เน้นการเพิ่มปริมาตรริมฝีปากเพียงอย่างเดียว ต้องการประเมินแนวทางปรับสัดส่วนใบหน้าช่วงล่างโดยแพทย์ จุดเด่นของการประเมินก่อนทำ ก่อนเข้ารับบริการ แพทย์จะพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น ระยะริมฝีปากเดิม ความหนาของเนื้อเยื่อ รูปทรงจมูก ลักษณะฟัน เหงือก และการยิ้ม เพื่อช่วยวางแผนให้เหมาะกับแต่ละบุคคล บางรายอาจเหมาะกับโปรแกรมยกปากบนโดยตรง ในขณะที่บางรายอาจต้องประเมินร่วมกับโครงสร้างใบหน้าอื่น ๆ การเข้ารับคำปรึกษาก่อนตัดสินใจจึงเป็นขั้นตอนสำคัญ การดูแลหลังเข้ารับบริการ หลังเข้ารับบริการ อาจมีอาการบวม ตึง หรือระบมบริเวณริมฝีปากบนและใต้ฐานจมูกในช่วงแรก ควรดูแลแผลตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงการดึง ยืด หรือขยับริมฝีปากมากเกินไปในช่วงที่แผลยังไม่เข้าที่ และควรมาติดตามอาการตามนัด ระยะเวลาการฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว การสมานแผล สุขภาพพื้นฐาน และการดูแลหลังเข้ารับบริการ

การดูแลตัวเองหลังการดึงหน้า

การดูแลตัวเองหลังการดึงหน้า

หลังเข้ารับบริการ โปรแกรมดึงหน้า การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้แผลและเนื้อเยื่อฟื้นตัวตามลำดับ ผู้เข้ารับบริการควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และมาติดตามอาการตามนัดทุกครั้ง

ที่มา: KP Medical Wellness Clinic

ช่วงหลังเข้ารับบริการควรดูแลแผลตามคำแนะนำของแพทย์ รับประทานยาตามที่ได้รับ หลีกเลี่ยงการกด นวด ดึง หรือถูบริเวณที่รับบริการ และสังเกตอาการผิดปกติอย่างต่อเนื่อง ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจกระทบต่อแผลในช่วงแรก เช่น การออกกำลังกายหนัก การยกของหนัก การก้มศีรษะนาน ๆ หรือการสัมผัสแผลโดยไม่จำเป็น หากมีอาการบวม แดง ปวดมากผิดปกติ มีเลือดออก มีหนอง หรือมีอาการที่กังวล ควรติดต่อคลินิกทันที และควรมาติดตามอาการตามนัดเพื่อให้แพทย์ประเมินการฟื้นตัวเป็นระยะ

บรรยากาศคลินิก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรมดึงหน้า

Qโปรแกรมดึงหน้าเหมาะกับใคร?

Aเหมาะสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องความหย่อนคล้อยของใบหน้า กรอบหน้า หรือบริเวณลำคอ

แพทย์จะประเมินสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า ระดับความหย่อนคล้อย และความคาดหวัง เพื่อแนะนำแนวทาง Facelift Procedure ที่เหมาะกับแต่ละบุคคลก่อนตัดสินใจ

Qต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับคำปรึกษา?

Aควรแจ้งโรคประจำตัว ยาที่ใช้เป็นประจำ ประวัติแพ้ยา และประวัติหัตถการเดิมให้กับแพทย์ผู้ทำการรักษา

การเตรียมข้อมูลสุขภาพ ภาพหน้าตรง ภาพด้านข้าง และความกังวลหลักของใบหน้า ช่วยให้แพทย์ประเมินเบื้องต้นและวางแผนการปรึกษาได้แม่นยำขึ้น

Qแพทย์จะประเมินอะไรบ้าง?

Aประเมินความหย่อนคล้อย คุณภาพผิว สัดส่วนใบหน้า แนวกรอบหน้า และปัจจัยสุขภาพ

ในบางรายแพทย์อาจพิจารณาหน้าผาก คิ้ว หนังตาบน และลำคอร่วมด้วย เพื่อแยกความเหมาะสมระหว่าง Facelift Procedure และ Forehead Lift Procedure

Qหลังรับบริการต้องดูแลตัวเองอย่างไร?

Aปฏิบัติตามคำแนะนำ รับประทานยาตามที่ได้รับ และมาติดตามอาการตามนัด

ควรหลีกเลี่ยงการกด นวด หรือถูบริเวณที่รับบริการ งดกิจกรรมตามช่วงเวลาที่คลินิกแนะนำ และติดต่อคลินิกทันทีหากมีอาการผิดปกติ

Qผลลัพธ์ของแต่ละคนเหมือนกันหรือไม่?

Aผลลัพธ์แตกต่างกันตามสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า อายุ และการดูแลหลังรับบริการ

การประเมินแบบรายบุคคลช่วยให้เห็นข้อจำกัด ความเหมาะสม และแนวทางดูแลที่สอดคล้องกับโครงสร้างใบหน้า จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง